ทำอย่างไรเมื่อได้รับหมายศาล รับมือขอยื่นพิจารณาคดียึดทรัพย์

ลูกหนี้จำนวนมากไม่รู้พิษของหนี้เสีย หรือ NPL จึงทำให้ชะล่าใจ เพราะทันทีที่หนี้เสีย หรือค้างชำระเกิน 90 วัน ความน่าเชื่อถือหรือเครดิตจะหายวับไปกับตา เพราะมันจะมีรหัสติดในบัญชีดังกล่าวกับเครดิตบูโร ถ้าต้องการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น กู้สินเชื่อประเทภต่าง ๆ และมีการตรวจสอบประวัติ แหล่งกู้เงินจะรู้ทันทีว่า ลูกหนี้มีประวัติหนี้เสีย ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ
บทความนี้ ASN Finance รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ พร้อมรับมือขอยื่นพิจารณา ทำอย่างไร เมื่อถูกฟ้อง? จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง แล้วลูกหนี้ควร**ทำอย่างไรในวันที่ได้รับหมายศาล **ไปดูพร้อมกันได้เลย
ทำอย่างไร เมื่อถูกฟ้อง?
1.ตั้งสติ อย่าตกใจ และปฏิเสธการรับหมายศาล
แน่นอนว่าเมื่อเราผิดนัดชำระเกินกว่า 90 วันโดยปราศจากการติดต่อจากเจ้าหนี้ จะมี “หมายศาล” มาส่งถึงหน้าบ้าน ตามที่อยู่ทะเบียนบ้านในบัตรประชาชน ลูกหนี้ไม่มีสิทธิ์กล่าวอ้างว่าไม่รับทราบไม่ได้
หลายคนอาจตกใจจนทำตัวไม่ถูก ว่า หมายศาล เป็นเหมือนจดหมายจากเบื้องบนที่มีแต่ข่าวร้าย แต่ความจริงแล้ว หมายศาล เป็นเพียงการสื่อสารระหว่างศาลซึ่งเป็นคนกลางระหว่างเจ้าหนี้ และลูกหนี้ โดยศาลมีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
2.อ่านหมายศาลให้ละเอียด
เมื่อได้รับหมายศาลมาแล้ว ลูกหนี้มีหน้าที่อ่านให้เข้าใจว่า ศาลต้องการสื่ออะไร และมีระยะเวลาในการไปยื่นคำให้การต่อสู้คดีภายในกี่วัน เพราะตามที่กล่าวไปข้างต้นว่าศาลทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา จึงส่งหมายศาลเชิญให้ลูกหนี้เข้าไปให้ข้อเท็จจริง ลูกหนี้ไม่ต้องตกใจ หรือคิดฟุ้งซ่านใด ๆ ที่สำคัญ คดีแพ่งไม่มีการติดคุก
อ่านหมายศาลตรวจสอบอะไรบ้าง?
1.หมายเลขคดี
2.ที่ตั้งศาล
3.ประเด็นที่เจ้าหนี้ต้องการฟ้อง
4.จำนวนเงินที่ฟ้องตรงกับหนี้สินที่เกิดขึ้นหรือไม่
5.เจ้าหนี้ฟ้องภายในระยะเวลาหรืออายุความที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
*หากเจ้าหนี้ต้องการจะดำเนินคดีเพื่ออาศัยอำนาจศาลให้ลูกหนี้ติดต่อเพื่อชำระหนี้ ก็ต้องฟ้องภายในระยะเวลาหรืออายุความที่กฎหมายกำหนด โดยอายุความของคดีเริ่มนับจากวันผิดนัดชำระหรือวันที่ชำระหนี้ครั้งสุดท้าย ได้แก่ หนี้บัตรเครดิต 2 ปี สินเชื่อส่วนบุคคล 5 ปี หนี้จากเงินกู้ยืมแบบผ่อนคืนเป็นงวด 5 ปี
3.ไปศาลควรไปตามกำหนดนัดในคำฟ้อง
ภายหลังการรับหมายศาลแล้ว ไปศาลควรไปตามกำหนดนัดในคำฟ้อง และเตรียมคำอธิบาย เหตุผลและความจำเป็นต่าง ๆ ที่สามารถให้การและแจ้งต่อศาลเพื่อให้ศาลรับพิจารณาข้อเท็จจริง ในวันนัดควรไปก่อนเวลานัดอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบและเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย เช่น บัตรประชาชน หากมีผู้ค้ำประกันต้องไปศาลด้วยหรือมอบอำนาจให้อย่างถูกต้อง
*ทุกครั้งในการลงนามในเอกสารของเจ้าหนี้ ลูกหนี้มีหน้าที่อ่านให้ละเอียดก่อนลงนามเสมอ เพราะหลังจากลงนามแล้วจะอ้างว่า ไม่รู้ไม่ได้
ลูกหนี้สามารถยอมความก่อนขึ้นศาลฟ้องร้องได้ไหม ?
ลูกหนี้และเจ้าหน้าสามารถยุติคดีฟ้องร้องโดยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เรียกสั้น ๆ ว่า พิพากษาตามยอม ซึ่งจะลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันที่ถูกฟ้องสามารถทำสัญญายอมความโดยไม่จำเป็นต้องจ้างทนายความ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ศาลและศาลช่วยตรวจสอบความถูกต้องและเป็นธรรมให้อยู่แล้ว ทำให้ลูกหนี้รับภาระในส่วนนี้น้อยลง และสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ไม่ให้ลูกหนี้ต้องรับผิดในค่าทนายความของเจ้าหนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากลูกหนี้ผิดสัญญา เจ้าหนี้สามารถดำเนินการบังคับคดีกับลูกหนี้ได้ทันที
ภายหลังการพิพากษา ลูกหนี้ต้องเตรียมตัวผ่อนผัน และแสดงความจริงใจต่อเจ้าหนี้ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องและมีคดีร้ายแรงติดตัวมากขึ้น ตรวจเช็กเจ้าหนี้มีสิทธิ์ยึดอะไรบ้างเพื่อรักษาสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
สุดท้ายนี้ สิทธิและหน้าที่ของลูกหนี้ในกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องสำคัญที่อยากให้เอาใจใส่ เพื่อเข้าใจหลักคิดในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ว่าเจอ หมายศาล ไปส่งที่บ้านแล้วจะชิงหนีหายไปซะก่อนเพราะสุดท้ายแล้ว มีคนที่ต้องรับผลกระทำต่อ
ASN Finance ช่วยให้ลูกหนี้ทุกคนสามารถไปต่อได้ ด้วยสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ เพียงแค่มีรถยนต์ก็สามารถนำมาเป็นหลักประกันในการขอกู้ โดยที่รถไม่ต้องจอด มีรถยนต์ใช้งานต่อได้สบาย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.69% ต่อเดือน* มองหาแหล่งกู้ถูกกฎหมาย ASN Finance คือคำตอบ!
ที่มาข้อมูล : law.tu.ac.th / ธนาคารแห่งประเทศไทย


